เล่านอกเรื่อง ตอน เป้าสังหาร


เล่านอกเรื่องหมายเลข 1 ตอน “เป้าสังหาร” By : www.timmybuto.com

เล่านอกเรื่อง ตอน เป้าสังหารอธิบายก่อนเริ่ม
“เล่านอกเรื่อง” จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เห็นอะไร? สิ่งใด? อย่างไร? ทำไม? และเมื่อไร? ก็จะเอามาเล่า-มาแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านกัน ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปลุกปลอบหัวใจให้อบอุ่นประมาณนั้น

เรื่องแรกที่จะเล่า…เป็นเรื่องเกิดขึ้นกับตัวเอง…เมื่อคิดย้อนกลับทีไรก็อดขนหัวลุกไม่ได้ ด้วยความที่เราเป็นสถาปนิก ทำงานฟรีแลนซ์ เพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการก็ย่อมมีมากหน้าหลายตา หลายสถานที่ หลายบริษัทถูกต้องไหม? ส่วนตัวเป็นคนคุยง่าย สบายๆ ถูกเรียกให้ทำหน้าที่อะไรถ้าไม่เสียบ่ากว่าแรงก็พร้อมลุย ขนาดเจ้าของธุรกิจรถแมคโครให้เช่าต้องเดินทางไปประชุมประเทศจีน เลขาส่วนตัวเกิดล้มป่วยกระทันหัน หาใครไม่ทันมาลากคอเราไปแทนก็ไม่บ่ายเบี่ยง คิดมุมบวก “กินฟรี-เที่ยวฟรี-แถมมีตังติดกระเป๋าใครจะปฏิเสธลง”

ด้วยความที่ Timmy เป็นคนแบบนี้ จึงมักจะถูกใช้งานหลากหลายสไตล์อยู่เรื่อยๆๆ จนกระทั้งถึงเคจๆหนึ่งที่ต้องจำใส่กะโหลกไปจนวันตายนั้นก็คือ ผู้รับเหมาส่วนงานราชการที่รู้จักกันเกือบ 20 ปี สนิทสนมถึงขั้นเรียกเฮียได้เต็มปากเต็มคำ เป็นผู้รับเหมาขนาดกลางถึงใหญ่รับงานตั้งแต่มูลค่า 20 ล้านขึ้นไปประมาณนั้น ปฏิเสธไม่ได้หรอก หลายๆงานของบริษัทนี้ เราเองก็ออกแบบให้ ซึ่งหน้าที่คุยกับดีเลอร์หรือพนักงานภาครัฐ บางครั้งก็ต้องช่วยดูแลเป็นเรื่องปกติ แต่มีอยู่ 2 โครงการที่ Timmy ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่ต้นนั้นก็คือ

1.เป็นโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์สวนสาธรณะของส่วนราชการจังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันตก ก็แถวๆ นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาครระแวกนั้น มูลค่าโครงการที่เซ็นสัญญา 85 ล้านบาท

2.โครงการก่อสร้างอาคารหอพักในวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรีมูลค่า 46 ล้านบาท

ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างเกิดมีปัญหาหน้างาน เจ้าของบริษัทหรือ Timmy เรียกจนติดปากว่าเฮียตี๋….(บอกตามตรง กูอิจฉาไอ้เฮียตี๋มากๆ รวย-หล่อ ใจถึงแถมยังเป็นโสด มีตังซื้อบ้านเกือบทุกมุมของกรุงเทพฯ คนอะไรจะ Perfect ขนาดนั้นคุณว่าจริงไหม?)….แกก็โทรหา-ประมาณอยากให้นัดวุฒิวิศวกรกับตัวเองเข้าประชุมร่วมกับส่วนราชการฝ่ายโยธา…ตามแผนน่าจะจบไม่เกินเที่ยงช่วงบ่ายไปประชุมต่อกับคณะครู-อาจารย์ที่วิทยาลัยเทคนิคต่อ วิ่งวันเดียวได้ 2 Job ใครจะไม่สน ไอ้เราว่างๆเลยโอเคร!โดยไม่ทันคิด ตอนแรกกะว่าจะขับรถไปเอง แต่เฮียตี๋บอกเมื่อคืนกลับดึกเลยกะจะให้เราขับเบนซ์ป้ายแดงที่พึ่งถอยมาแทนสักวัน แหม!…(บอกตรงๆ เบนซ์ป้ายแดงใครจะไม่อยาก)…พอตอนเช้าเฮียตี๋ก็ขับเบนซ์มารับที่คอนโดฯ แถมยังยัดเยียดให้ใส่เสื้อทีมเหมือนกันอีก โดยอ้างว่า เวลาเข้าประชุมร่วมหลายฝ่ายจะได้ชัดเจน ไอ้เราก็หลงเชื่อเลยเออออห่อหมกกบไปตามเรื่องตามราว (ข้อมูลเพิ่มเติม…กูกับไอ้เฮียตี๋ สัดส่วน รูปร่าง ผิวพรรณพอกัน แถมใส่เสื้อเหมือนกัน ถ้ามองไกลๆในระยะ 100 เมตรไม่มีทางแยกออกอย่างแน่นอน) ไอ้เราก็เป็นคนว่านอนสอนง่ายจึงถอดเปลี่ยนเสื้อตรงนั้นก่อนจะมุดเข้าประจำตำแหน่ง….(เบนซ์ป้ายแดงกับกู…บอกตรงๆ ติ๊กเจษฯ ก็ติ๊กเจษเถอะ…เวลานั้นกูเป็นพระเอกแทนได้เลย)

เรามาถึงศาลากลางจังหวัดพร้อมวุฒิวิศวกรก่อนเวลานัดหมายไม่ถึง 20 นาที หลังจากจบประชุมก่อนเที่ยง ทีมงานได้พาข้าราชการที่เข้าร่วมประชุมไปรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนเรา 2 คนจะขอตัวเดินทางต่อในเวลาไม่นาน แต่ระหว่างที่เดินทางสเต็ปที่ 2 ภายในรถไม่มีเฉพาะเรา 2 คน แต่มีวิศวกรกับโฟร์แมนติดรถไปด้วย Timmy เป็นคนขับรถหูไม่ได้ฟังเฉพาะเพลงอย่างเดียว มีหลายคำ-หลายประโยคที่พวกเขาคุยกันแล้วชวนให้ขนหัวลุกเป็นระยะๆ แต่เวลานั้นเลือกมองโลกในแง่บวกเป็นหลักจึงปล่อยผ่านๆแบบไม่คิดลึกและไม่ทันอ่านแววตาแปลกๆ ของทั้งวิศวกรและโฟร์แมนที่เทียวชำเลืองมาที่เรา ขาไปทุกอย่างปกติ เราไปถึง Site งานราวบ่าย 2 โมง ทีมงานรวมทั้งคณะครู-อาจารย์จึงขึ้นตรวจงาน/ประชุม-สรุปจนมีมติให้แก้ไข ตัวเองก็ยังนึกว่าทุกอย่างผ่านไปด้วยดี แต่ขณะที่กำลังจะขับรถกลับเข้ากรุงเทพฯ อยู่ๆ คนงานพม่า 2 คนก็ปรี่เข้ามากระซิบไอ้เฮียตี๋ Timmy อยู่ในระยะบังคับให้ได้ยินจึงไม่จำเป็นต้องแอบฟังให้เสียมารยาท

พวกเขาคุยกันประมาณว่า : ผู้รับเหมารายย่อยในท้องถิ่นของโครงการดังกล่าวเกิดขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์กับเฮียตี่อย่างหนัก ถึงขั้นมีการลอบยิงเฮียตี๋จนแรงงานชาวพม่าบาดเจ็บมาแล้วครั้งหนึ่งแถมยังขู่จะเอาชีวิตไอ้เฮียตี๋ให้ได้ ประเด็นนี้จึงเป็นสาเหตุให้เฮียตี๋ไม่กล้าเข้า Site เพียงลำพัง เมื่อ Timmyก้มดูสีเสื้อที่ตัวเองกับเฮียตี๋สวม แถมยังเอาเบนซ์ป้ายแดงมาล่อ (แฝดคนละฝากะจะเอากูมาเป็นเป้ารับกระสุนแทนเลยหรือนี่) ดอกนี้ Timmy แอบคิด (เงินไม่กี่หมื่นมันคุ้มกันไหม?เนี้ย!)—-ขนหัวลุกครับ ถ้าวันนั้นเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นจริงๆ ตัวกูคนที่เค้าเลือกให้ตายแทนคงจะเหลือแค่ชื่อรอวันลืมไปจากโลกแค่นั้นเอง

สารภาพขากลับเข้ากรุงเทพฯ ไม่คุยกับไอ้เฮียตี๋เลย เดาใจแกถูก ความสัมพันธ์เกือบๆ 20 ปีห่างออกไปเรื่อยๆ เกือบๆ 3 ทุ่มบนถนนวงแหวนอุตสาหกรรมมุ่งหน้ากลับมินบุรีตะวันออก เบนซ์ก็เบนซ์เถอะกูเหยียบไม่ยั้ง ไอ้ห่า! ไม่ดูตาม้าตาเรือเกือบจะเป็นเป้ารับกระสุนให้ชาวบ้านเขายิงทิ้งแล้วไหมละ

สรุป : มนุษย์ทุกผู้-ทุกนามมีหลายหน้าสำหรับหลายๆคน อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจใครง่ายๆ….ดูแลตัวเองเพื่อคนที่คุณรักและคนที่รักคุณ ปรับวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน เพื่อแผนงานชีวิตที่ดีกว่าในวันพรุ่งนี้กันนะครับ สวัสดีครับ

Spread the love