เล่านอกเรื่อง ตอน วอร์ด2ตึก2


เล่านอกเรื่องหมายเลข 3 ตอน “วอร์ด2ตึก2” By : www.timmybuto.com

เล่านอกเรื่อง ตอน วอร์ด2ตึก2

เรื่องทุกเรื่องที่ Timmy เขียนใน “เล่านอกเรื่อง” ล้วนเป็นเรื่องจริง เกิดขึ้นจริงๆ ผ่าน-พบ-เผชิญ-ผจญมาด้วยตัวเองทั้งสิ้น หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงมีเรื่องมาเขียนเยอะจัง…ตอบ : ไม่รู้ดิ! เพราะถ้าเหตุการณ์ไหนผ่านตา-ผ่านหูแล้วเผลอหลุดเข้าไปฝังในแกนสมองแล้วจะไม่มีทางสลัดให้หลุดออกจากหัวได้ง่ายๆ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ “วอร์ด2ตึก2” โรงพยาบาลประจำอำเภอของจังหวัดในภูมิภาคที่เรียกว่าอีสานใต้….

จำได้ว่า วันนั้นไม่รู้เกิดอะไรขึ้นระหว่างประชุมที่บริษัทแถวสี่แยกบางนา เกิดคิดถึงแม่ขึ้นมากะทันหัน เลิกประชุมเกือบเที่ยงวันจึงโทรหา แต่โทรเท่าไร แม่ก็ไม่ยอมรับสาย ผมได้แต่หลอก-ปลอบใจตัวเองไปต่างๆ นานา กระทั้งเกือบจะ 18.00 น. จึงลองโทรย้ำเป็นครั้งที่เกือบๆ พัน แม่รับสาย ใช่! หัวใจที่กำลังดำดิ่งก็พวยพุ่งด้วยความโล่งอก แต่ว่า….น้ำเสียงไม่ปกติของแม่ทำให้อารมณ์ที่กำลังจะเพลิดๆ กลับดับวูบจมบาดาลอีกรอบ…สรุปแม่ป่วยเป็นไข้ตั้งแต่เช้า ขณะที่รับสายแกนอนอยู่คนเดียวในโรงพยาบาล ผมตั้งสติและคำนวณเวลาที่จะใช้ในการเดินทางจากกรุงเทพฯ (5-6 ชั่วโมงแม่ต้องรอได้) ผมเตือนสติขณะเซฟข้อมูลงานลงแฟลซไดร์ฟ-โน๊ตบุ๊คเพื่อนรักพร้อมอยู่ในกระเป๋าเดินทางเหมือนกับทุกๆ ครั้ง รถโตโยต้าอัสติสสีบลอนเงินที่มีสติ๊กเกอร์สีขาวแปะกระจกหลังเป็นภาษาอังกฤษว่า www.timmybuto.com จึงได้เวลาออกเดินทาง

บนถนนมิตรภาพเต็มไปด้วยความเร่งรีบมันชั่งยาวไกลเหลือเกินในเวลานี้ แสงโคมสีส้มสลับขาวนวลเป็นช่วงๆ กระตุ้นเตือน มึงต้องมีสติ กระทั้งการเดินทางสิ้นสุดที่โรงพยาบาลอันเป็นเป้าหมาย เวลาก็ล่วงเลยเกือบจะตี 2

ณ วอร์ด2 ตึก2 โคมไฟหลักดับหมดแล้ว โชคดีที่ไม่ใช่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ การหาเตียงคนป่วยในเวลานี้จึงไม่ใช่เรื่องยาก กระนั้นก็ยังออกอาการจนพี่สาวคนหนึ่งในเวลาต่อมารู้ว่าเธอชื่ออ้อย เธอกำลังรูดเปิดม่านหลังจากเช็ดตัวให้คุณแม่ที่ไข้กำลังขึ้นสูงเตียงแรกเสร็จพอดีจึงถามขึ้น

“มาหาแม่เหรอ” เธอถามอย่างคนอนุมานเอาเอง ซึ่งมันก็ถูกต้องเพราะวอร์ด2 ตึก2 เป็นตึกคนป่วยสำหรับหญิงสูงวัย ผมพยักหน้าในเงาสลัวเพราะไม่ต้องการใช้เสียง “ลองเดินเข้าไปดู ใช่คุณยายเตียงติดประตูทางออกระเบียงหลังหรือเปล่า” ผมพยักหน้าขอบคุณพร้อมกับเดินผ่านสำรวจทีละเตียง ทีละเตียงกระทั้งเห็นร่างของหญิงสูงวัยตัวเล็กๆ นอนขอหนาวสั่นอยู่เพียงลำพัง… ระหว่างที่ผมทำอะไรไม่ถูก พี่อ้อยก็เดินถืออ่างน้ำพลาสติกสีเขียวที่มีผ้าอยู่ข้างในผ่านมาพอดี

“ใช่แม่เธอไหม? แกเป็นไข้เข้ามาตั้งแต่เช้า ไม่มีญาติมาเฝ้า ไม่รู้ตอนเย็นมีคนเช็ดตัวให้แกรึยัง” ผมพยักหน้าพร้อมกับเดินเข้าไปจับเท้า…. “ตามพี่มา….เช็ดตัวให้แกหน่อย เดี๋ยวพี่จัดผ้ากับน้ำอุ่นให้”

นึกไปนึกมาผมก็อดขอบคุณพี่อ้อยไม่ได้ แกจัดการหาผ้า อ่างใส่น้ำและอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับดูแลคนป่วยพร้อมกับสอนวิธีเช็ดตัว นวดขา นวดแขนจนครบสูตร คืนนั้นผมไม่ได้นอน งีบนิดหน่อยก็อาศัยใต้เตียงแบบเดียวกับญาติคนป่วยเตียงอื่นๆ…ผมเฝ้าไข้คุณแม่อยู่โรงพยาบาล 4 คืนกับ 5 วัน ถึงจะมองว่าไม่นานแต่ทุกๆ กิจกรรม-กิจวัตร-และการทำงานของแพทย์-พยาบาลที่นี่อยู่ในสายตาทั้งหมด รวมทั้งพี่อ้อยด้วย เรากินข้าวด้วยกันเป็นบางมื้อ ถามไถ่อาการของคุณแม่จนรู้ที่มาที่ไปของทั้ง 2 ฝ่าย

: ขอขยายความเกี่ยวกับแม่พี่อ้อยนิดหนึ่ง…เดิมทีแม่พี่อ้อยปวดฟัน จึงมาถอนที่โรงพยาบาลตามปกติ แต่ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น หลังจากถอนฟันก็มีไข้ขึ้นสูง ลุกไม่ไหวจนต้องถูกส่งตัวไปรักษาต่อโรงพยาบาลประจำจังหวัดเป็นเวลาเกือบเดือน กระนั้นอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงก็ยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากอำเภอที่พี่อ้อยอยู่-ห่างจากตัวจังหวัดราว 70 กว่ากิโลเมตร การเดินทางไปกลับจึงค่อนข้างลำบาก เมื่ออาการคุณแม่ไม่มีวี่แววดีขึ้นพี่อ้อยจึงขอย้ายคุณแม่กลับมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลประจำอำเภออีกรอบ

“พี่ก็เหมือน Timmy นั้นแหละ มีพี่น้องก็เหมือนไม่มี น้องคนที่ไม่มีงานทำก็ไม่ยอมมาเฝ้า ตัวพี่ทำงานคนเดียวในบ้านจึงต้องลางานมาดูแลด้วยตัวเอง นี้เกือบๆเดือนแล้ว เงินเก็บก็นับวันจะน้อยลง”

“แล้วญาติๆ ละพี่ ไม่พออาศัยได้เลยเหรอ” ผมถามขณะนั่งอยู่กับม้านั่งหินขัดระเบียงหน้าห้องน้ำ

“อย่าได้ถามหาเลย แต่ละคนต่างสาปแช่งให้แม่พี่ตายทั้งนั้น ที่ดิน-ที่บ้านมีอยู่นิดเดียว ก็จ้องจะฟ้องยึดได้ทุกวัน พูดแล้วพี่ก็เหนื่อยใจ…” พี่อ้อยแสดงท่าทีรับไม่ไหวให้เห็น จนกระทั้งเช้าวันที่ 5 ขณะที่คุณแม่ผมแพทย์อนุญาตให้กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้ ก่อน 10 โมงเช้าหลังจากพี่อ้อยเช็ดตัวให้แม่เธอแล้วเสร็จก็เดินเข้ามากระซิบ

“พี่จะกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บหนึ่ง จะเอาอะไรรึเปล่าขากลับจะแวะซื้อมาฝาก”

ผมยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ 10 โมงคุณแม่น่าจะได้กลับบ้านแล้วละ”

“เหรอ….แข็งแรงแล้วนะคะคุณยาย” พี่อ้อยพูดพร้อมกับโยนความรู้สึกยินดีข้ามไปให้ และทันทีที่พี่อ้อยเดินออกจากวอร์ด2ตึก2 กลุ่มชายหญิง 7-8 คนอายุเฉลี่ยเกือบๆ 50 ปีก็เดินสวนทางเข้ามานั่งล้อมเตียง แรกๆ คิดว่าเป็นญาติมาเยี่ยม ซึ่งก็ไม่ผิด (วันนี้คุณยายมีคนมาเยี่ยมน่าจะดีใจ) ผมคิดขณะมองจากม้านั่งหินขัดระเบียงหน้าห้องน้ำ แต่แล้วอยู่ๆ หญิงวัยกลางคนก็ปีนขึ้นบนเตียงพร้อมกับยืนคล่อมร่างหญิงชราที่นอนหงาย พวกเขากระซิบกระซาบกันด้วยท่าทีแปลกๆ ซึ่งจากระยะเกือบ 20 เมตรทำให้เป็นการยากที่จะได้ยิน แต่หากอ่านกิริยาจากภาษากายที่แสดงให้เห็น คนกลุ่มนี้กำลังเคร่งเครียดอย่างหนัก (เอ้….) ผมเริ่มสงสัย หญิงที่ปีนขึ้นไปบนเตียงพยายามยกพลิกร่างหญิงชราให้นอนคล่ำหน้า พยาบาลที่อยู่ในห้องกระจกไม่มีท่าทีจะสนใจ—-

เออ…ผมงงกับระบบการทำงาน ญาติที่มาเฝ้าคนไข้เตียงอื่นๆ ได้แต่มองหน้ากันไปมา เมื่อไม่มีใครแสดงท่าที ผมจึงทำเป็นเดินผ่านด้วยความอยากรู้อยากเห็น และขณะที่กำลังถึงเตียงที่กำลังวุ่นวายผู้ช่วยพยาบาลในชุดฟอร์มสีเหลืองก็เดินผ่านมาพอดีและได้เปรยๆ ขึ้นว่า

“อย่ารบกวนแกเลย” และดูเหมือนเธอจะทำได้แค่นั้น ภาพที่ชวนตกตะลึงขึ้นไปอีก นั้นก็คืออีก 2 คนที่นั่งอยู่ข้างเตียงพยายามจับมือของหญิงชราที่มีปากกาจรดลงใบเบิก-ถอนเงินสีชมพูของธนาคารรัฐบาลแห่งหนึ่ง ในเมื่อกล้ามเนื้อมือของหญิงชราไม่ทำงาน ปลายเสียงที่ได้ยินจากระยะก้าวผ่านก็แว่วเข้าหู…

“ใช้พิมพ์ลายนิ้วมือได้ไหม?”

“เดี๋ยวไอ้อ้อยมันรู้”

“ล้างออกได้”

“หมึกล้างยาก”

“แล้วจะทำไงต่อ”

“จับมือแกเซ็นเลย”

สารภาพ Timmyไม่ใช่คนดีเด่อะไร แต่เช้าวันนั้นที่วอร์ด2 ตึก2 ทำผมแทบจะร้องให้…Timmy ไม่รู้จักหญิงชราเป็นการส่วนตัว ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลัง แต่การกระทำอันเลวร้าย-ป่าเถื่อนที่กำลังเกิดขึ้น ทำไม? พยาบาล แพทย์เวรหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ประจำตึกไม่ใส่ใจ

คำถาม : เกิดอะไรขึ้นกับระบบสาธารณะสุขของประเทศกันแน่….แม่ผมเป็นไข้หนักนอนกลิ้งขดตัวอยู่บนเตียงด้วยความเหน็บหนาว ผมเดินเข้าไปขอผ้าห่มเพิ่มยังโดนปฏิเสธจนต้องลงทุนนอนกอดแม่แทนผ้าห่มด้วยตัวเอง พยาบาลที่คนทั่วไปให้สมญานามว่านางฟ้าเดินดิน หน้าที่พวกเธอมีแค่ยื่นปรอดเช็คอุณหภูมิ แจกยา-วัดความดันแค่นั้นเองหรือ คนกำลังจะฆ่าคนต่อหน้าต่อตาใยทำเป็นมองไม่เห็น จนต้องให้คนอย่างผมเดินเข้าไปบอกถึงโต๊ะ-พวกเธอถึงย้ายตูดออกจากวงมะยมดองมาปรามการกระทำนั้นได้….

ตอบผมที : ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น Timmy ไม่ได้ฝัน หรือว่ากำลังฝัน-กำลังเขียนเรื่องเท็จจากมโนอคติให้อ่าน ส่วนตัวปรารถนาจะให้เป็นเช่นนั้นจริงๆ

….หลังจากนั้นไม่ถึงเดือนพี่อ้อยก็ส่งไลน์บอกว่าแม่ของเธอได้เสียชีวิตแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นใน วอร์ด2ตึก2 ยังคาใจอยู่หลายเรื่อง ถ้าความโศกเศร้าจากการสูญเสียถูกเวลาเจือจางเมื่อไร? “วอร์ด2 ตึก2” ต้องมีตอนที่2 แน่นอน….เรื่องนี้ต้องกระจ่าง ติดตามไปเรื่อยๆ….ขอบคุณมากครับ

Spread the love