เล่านอกเรื่อง ตอน ดนตรีชีวิต

เล่านอกเรื่อง ตอน ดนตรีชีวิต


เล่านอกเรื่องหมายเลข 8 ตอน “ดนตรีชีวิต” By : www.timmybuto.com

เล่านอกเรื่อง ตอน ดนตรีชีวิต

หลังจาก “เล่านอกเรื่อง” หมายเลข 5-6-7 “คุณชายเดียวดาย, ป๊ะ&ม๊ะ รังแกหนูและฉัน&ชีวิตของฉัน” ได้นำเสนอเทคนิค-วิธีเลี้ยงลูกของ 3 ครอบครัว 3 ระดับไปแล้ว มาถึง “เล่านอกเรื่อง” หมายเลข 8 คราวนี้จะนำไปรู้จักครอบครัวระดับกลางครอบครัวหนึ่งที่คนเป็นพ่อกับแม่คล้ายๆจะไม่รู้จักลูกชายตัวเองเลยสักนิด ทำไม? เกิดอะไร?ขึ้น…เอ่อ!นั้นนะซิ!…แรกๆ Timmy ก็เกิดคำถามแบบนี้ เป็นไปได้เหรอ-หรา-ฮะ…แต่มันเป็นไปแล้วครับและเกิดขึ้นจริงแล้วด้วย ไม่เชื่อตาม Timmy มาเลยเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง…

เรื่องของเรื่องเริ่มต้นตั้งแต่ Timmy ยังทำงานให้กับบริษัทรับสร้างบ้านบนถนนรัชดาภิเษก จำได้ว่าครอบครัวนี้เป็นลูกค้ารายแรกๆ ที่ตัวเองได้โชว์ฝีมือโดยไม่มีรุ่นพี่เป็นแบล็ค ไม่ใช่ “แบล็คเลเบิ้ล”นะครับ แต่เป็น “background” หรือคนที่คอยช่วยเหลืออยู่ข้างหลัง เพราะปีนั้นสถาปนิกอาวุโสประจำบริษัทพึ่งจะลาออก ด้วยความที่เรายังเด็กประธานบริษัทจึงส่งกรรมการบริษัทสายบัญชีที่ไม่รู้เรื่องงานออกแบบและงานก่อสร้างตามประกบเป็นเงาตามตัว ประกอบกับลูกค้าคือ “คุณรุ่งโจน์” ก็เรียนจบมาสายเดียวกับเพื่อนแก งานนี้ Timmy จึงต้องกรำศึก 2 ด้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลูกค้าฝ่ายหนึ่ง&กรรมการบริษัทสายบัญชีจู้จี้จุกจิกที่สุดในสามโลกอีกฝ่าย กรรมหนักจึงตกอยู่ที่กูและตัวกูคนเดียว กระนั้น Project บ้านพักอาศัย 2 ชั้น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำมูลค่าก่อสร้างในปีพ.ศ. 2545-2546 ประมาณ 7-8 ล้านบาทก็ผ่านไปได้ด้วยดี คุณรุ่งโรจน์ Happy มากถึงมากที่สุด มีอะไร? ก็มักจะโทรเรียกผมเข้าไปใช้งานจนคุ้นเคยและสนิทระดับหนึ่ง แต่เหตุการณ์ที่จะเล่าเกิดขึ้นในอีก 5 ปีถัดจากนั้น คุณรุ่งโรจน์ติดต่อผ่านประธานบริษัท ต้องการจะต่อเติม-ปรับปรุงบ้าน ผมกับฝ่ายขายที่เป็นผู้หญิงชื่อพี่น้อยจึงขับรถเข้าไปพบเพื่อสอบรายละเอียด จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันเสาร์ คุณรุ่งโรจน์ใช้ห้องนั่งเล่นในการประชุมโดยมีภรรยาคอยบริการน้ำ-กาแฟและของว่างอยู่ใกล้ๆ แต่ในห้องทำงานติดกับสวนมะม่วงทางทิศเหนือมีเสียงกีต้าร์โปร่งคลอให้ได้ยินจนกระทั้งเราคุยกันจบ เสียงกีต้าร์ก็ยังต่อเนื่อง จนผมสงสัยจึงถามถึงนักดนตรีคนดังกล่าว ภรรยาคุณรุ่งโรจน์ลุกเดินไวไวหายเข้าไปเรียก ไม่นานหนุ่มๆระดับมัธยมต้นถึงปลายราว 7-8 คนพร้อมกับเด็กหนุ่มหน้ากลมจนเกือบจะเป็นคุณรุ่งโรจน์ฉบับย้อนวัยก็ออกมาแนะนำตัว

“ลูกชายคนโตจบวิศวะทำงานไปแล้ว คนเล็กเรียนอยู่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเดียวกับเจ้าเอก(ลูกชายคนกลางหลังทักทายทั้งหมดก็หายเข้าห้องไปอีก) …เจ้าเอกเรียนดนตรีสากล พูดก็พูดนะแต่ก่อนผมกับภรรยาไม่เคยชอบเลย แต่เจ้าเอกเป็นคนดื้อรั้น อยากเรียนก็ต้องได้เรียน สุดท้ายจึงยอมแบบเสียไม่ได้ ผมกับภรรยากลุ้มใจกับเจ้าเอกที่สุดของที่สุด ดื้อเงียบ บอกอะไร? ครับผม ครับผม แต่ไม่เคยทำตามสักเรื่อง…จนกระทั้งเรียนจบ เจ้าเอกไม่มีงานและไม่ยอมทำงาน วันๆ เอาแต่หมกตัวเล่นกีต้าร์อยู่ในห้อง บางวันก็มีเพื่อน บางวันมีเด็กข้างบ้าน และหลายๆวันก็มีทีมของเค้าอย่างที่คุณ Timmy เห็นเต็มห้อง ผมกับภรรยากลุ้มใจคุยกันถึงขนาดต้องปล่อย เลี้ยงได้แค่ไหมเอาแค่นั้น แบบไม่หวังอะไรกับลูกชายคนนี้แล้ว”

“ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ตัดหางปล่อยวัดคะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ภรรยาคุณรุ่งโรจน์เสริมทำให้เราหัวเราะขึ้นพร้อมกัน

“ใช่!…เราตัดหางปล่อยวัดเจ้าเอกไปแล้วจริงๆ ปล่อยให้เค้าอยู่ในโลกของเค้า ยกห้องทำงานส่วนตัวให้”

“พี่ทำกับข้าวทิ้งไว้ในครัว เค้าจะกินไม่กินพี่ไม่เคยสนใจเลยนะฮ่า ฮ่า ฮ่า” และภรรยาพี่รุ่งโรจน์ก็เสริมขึ้นอีก

“กระทั้งวันหนึ่ง ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นรถเก็บขยะไม่เข้ามาเก็บในซอย ผมจึงต้องขนกิ่งไม้ออกไปทิ้งด้านนอก ปกติผมไม่ค่อยใส่ใจกับป้ายโฆษณาที่แปะตามเสาไฟฟ้า แต่ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นวันนั้นสายตาดันสะดุดเข้ากับเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ผมพึ่งซื้อให้เจ้าเอกโดยบังเอิญ เมื่อรู้ว่าเป็นผลงานของเค้า ผมทั้งโกรธทั้งโมโหสั่นไปทั้งตัว”

“น้องเอกเขียนอะไรครับ” ผมแทรกถามเร็วๆ ด้วยความอยากรู้

คุณรุ่งโรจน์จิปากนิดๆ “ก็ประมาณรับสอนดนตรีสากลนั้นแหละ”

“ใช่พี่เองก็สงสัยเจ้าเอกได้สักระยะเช่นกัน วันๆจะมีเด็กทั้งผู้หญิงผู้ชายเดินถือกีต้าร์เข้า-ออกบ้าน จนรำคาญ….บางวันพี่ต้องทำอาหารเพิ่มเผื่อสำหรับเพื่อนเค้าด้วย…แต่พี่ก็ไม่เคยคิดจะใส่ใจลูกจนกระทั้งพี่รุ่งโรจน์แกะป้ายโฆษณาแผ่นนั้นมาให้อ่าน”

“แรกๆ….”

“โอ้ย!….พี่ก็โมโหตามซิ”

“ผมเรียกเจ้าเอกมาคุยเดี๋ยวนั้นเลยนะ….แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลของเค้า ผมจึงรู้ว่าที่ผ่านมาเราสองคนแทบจะไม่รู้จักลูกชายของตัวเองเลย”

“อาจจะเป็นเพราะพี่ไม่พยายามจะเข้าใจเค้าด้วยมั่ง…คิดไป-คิดมาพี่เสียใจในเรื่องที่เกิดขึ้นมากๆ”
“ผมงง…บวกรู้สึกผิดต่อเจ้าเอกมากๆ เราจึงปรึกษากันจนกระทั้งต้องเรียกน้อง Timmy เข้ามาคุยวันนี้แหละ อย่างไรฝากด้วยนะเร็วเท่าไรยิ่งดี ความรู้สึกผิดต่อลูกจะได้เพลาๆลงบ้าง” พี่รุ่งโรจน์สรุปตบท้าย…ผมมองคนทั้งคู่สลับไปมา ก่อนจะขออนุญาตเข้าไปวัดพื้นที่ภายในห้องเพื่อจะนำไปออกแบบและก็ได้เจ้าเอกนั้นแหละเป็นผู้ช่วย

สุดท้ายรู้ไหม?ว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวนี้…..งานต่อเติม-ปรับปรุงห้องทำงานให้เป็นห้องดนตรีขนาด 20 ที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียนที่ลงทะเบียนเรียน ในที่สุดพี่รุ่งโรจน์ต้องควักกระเป๋าไปเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลบางนาเปิดเป็นโรงเรียนสอนดนตรีให้ลูกชายอย่างเป็นทางการและผู้จัดการโรงเรียนเป็นใครพอเดาออกไหม?….ก็แม่ของเจ้าเอกหรือภรรยาของคุณรุ่งโรจน์นั้นเอง เธอลงทุนลาออกจากราชการมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ลูกชาย ผลก็คือธุรกิจไปได้สวย ล่าสุดได้ข่าวว่า เจ้าเอกเปิดโรงเรียนสอนดนตรีสากลสาขา 2 และ 3 แถวๆ สยามแสควร์-สยามเซ็นเตอร์โดยให้น้องชายคนเล็กช่วยดูแล ผลก็คือรวยแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวไปอีกราย

… เล่านอกเรื่องหมายเลข 8 ตอน “ดนตรีชีวิต” เวลานี้เพื่อนๆ กำลังคิดจะตัดใครออกจากชีวิตบ้างไหม?ครับ เชื่อเถอะคนทุกคนต่างถวิลหาแนวทางของตัวเอง-อยากได้-อยากมี-อยากดี-อยากร่ำ-อยากรวย-อยากประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น แต่หนทางหรือแนวทางที่เขาเลือกอาจไม่ตรงกับความต้องการของเรา หรือเราเองเลือกจะปิดตาไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เขาเป็น….จากบทเรียนของเด็กหนุ่มที่ชื่อเอก ลองหันกลับไปมองคนที่เรารัก-เราแคร์ แล้วเอ่ยถามเขาสักนิด-รับฟังเหตุผลสักหน่อย-ไม่แน่คนที่เรากำลังจะตัดหางปล่อยวัดอาจเป็นคนหรือบุคคลสำคัญที่โลกกำลังต้องการอยู่ก็ได้…..

ดอกไม้-แมลง-จรวด-ปลาดุก-รถสามล้อ-ก้อนเมฆและไก่แจ้ ไม่จำเป็นต้องสวยสวยงามในมาตรฐานเดียวกัน แต่มันสวยงามในแบบเฉพาะของตัวมันเอง เชื่อเถอะแม้กระทั้งขี้ก็ยังสวยงาม ค่อยๆ คิด-ค่อยๆ อ่านแล้วคุณจะเห็นสิ่งดีๆ ในบางสิ่งที่ดูไร้ค่าไร้ในสายตาของคนหลายๆ คน

Spread the love