เล่านอกเรื่อง ตอน กูอยากตาย

เล่านอกเรื่องหมายเลข 9 ตอน “กูอยากตาย” By : www.timmybuto.com

เล่านอกเรื่อง ตอน กูอยากตาย

ในคืนที่ผมเหนื่อยสุดๆ ยังเป็นคืนที่น้าชายหรืออีกสถานะสำคัญคือพี่เลี้ยงส่วนตัวได้วีดีโอคอล Messenger มาคุย สภาพที่เห็น ณ เวลานั้น สติของแกหลุดไม่ใช่เพราะอาการเมา หลังจากเปิดฉากทักทายถามสารทุกข์สุกดิบกันเรียบร้อย พี่เลี้ยงหรือน้าชายจึงเริ่มต้นด้วยประโยคที่น่าตกใจ….แต่เวลานั้นเกือบจะเที่ยงคืนอยู่แล้ว ร่างกายเหน็ดเหนื่อยอยากตะกายขึ้นที่นอนเต็มที ผมได้แค่ช็อก! ไปต่อไม่เป็น

เอาละเรามาเข้าสู่โหมดสนทนากันเลยนะครับ เกือบลืมถึงน้าชายจะมีสถานะเป็นน้าแท้ๆ แต่ Timmy มักจะเรียกแกว่าพี่จ๊อบจนติดปาก…จึงขออนุญาตใช้สรรพนามนี้แทนเจ้าของเรื่องเลยนะครับ

พี่จ๊อบ : “มึงทำอะไรอยู่…สบายดีไหม?”

Timmy : “พึ่งปิดคอมฯ เรื่อยๆ แล้วพี่จ๊อบละ มีอะไรหรือเปล่าถึงคอลมาคุยดึกๆ ดื่นๆ ผมเหนื่อยและง่วงมากๆ จะนอนแล้ว”

พี่จ๊อบ : ส่ายหน้าไม่พูดไม่จา บางจังหวะที่พอจับทางได้ มีเบะปากคล้ายกับคนจะร้องไห้หลายรอบ แต่แกเก็บอาการผ่านๆ กระทั้ง “กูโทรมาบอกลามึง”

Timmy : ผมเหนื่อยจนเกือบเบลอค้าง กระนั้นเมื่อประโยคสุ่มเสี่ยงหลุดให้ได้ยินบวกกับใบหน้าอมทุกข์สุดลิ่มจึงบังคับให้รีบฟื้นสติมารับฟัง “ลา….บอกลา….”

พี่จ๊อบ : “กูพูดจริง กูตัดสินใจแล้ว กูไม่อยู่แล้ว กูอยากตาย กูจะผูกคอตาย แต่กูอยากโทรมาลามึงก่อน”

Timmy : ผมตั้งใจเพ่งดูกิริยาของพี่จ๊อบแบบละเอียดมากกว่าทีแรก แกเริ่มจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ สองมือดึงทึ้งเส้นผมไม่หยุด ใบหน้าบูดเบี้ยวก่อนจะหันหลังให้กล้อง และเสียงสะอื้นก็ขยับแผ่นหลังไร้อาภรณ์ดิ้นจนคล้ายกับคนสติหลุด (ต้องทำอะไรสักอย่าง) ผมคิด แต่ยังนึกไม่ออกกระทั่ง…

พี่จ๊อบ : “กูโทรมาลามึง มึงเป็นคนที่กูเลี้ยงมา กูอยากบอกลามึงคนเดียว…กู กู จะผูกคอตาย ฮื้อๆ…..กูจะผูกคอตาย….กูอยากตาย กูอยากตาย…”

Timmy : ผมทิ้งเวลาให้พี่จ๊อบพล่ามและแกก็พล่ามสิ่งที่อัดแน่นอยู่ข้างในเรื่อยๆ

พี่จ๊อบ : “ลูกกูก็อาศัยไม่ได้สักคน งานก็ไม่มีทำ กูอยากได้รถกระบะตระเวนรับซื้อของเก่าแต่ก็ไม่มีเงิน….บ้านกูจะถูกเค้ายึดเมื่อไร? ไม่รู้ มีพี่-น้องก็เหมือนไม่มี……”

Timmy : ใช่! ผมยังนิ่ง…คอยส่งเสียง-อือๆ สมองตื่นตัวเต็ม 100% แล้ว คิดเพียงอย่างเดียวว่า การที่พี่จ๊อบได้พล่ามออกมามากเท่าไร? ย่อมส่งผลดีมากเท่านั้น และผมจะไม่มีวันพูดคำอื่น นอกจากอื้อๆ ให้ชายที่นั่งหันหลังให้กล้องรู้สถานะเท่านั้น…. “อือๆ…….”

พี่จ๊อบ : “กูอยากตาย”

Timmy : “อือ…”

พี่จ๊อบ : “กูจะผูกคอตายคืนนี้”

Timmy : “อื้อ….”

พี่จ๊อบ : “กูโทรมาลา…”

Timmy : “อื้อ…..”

พี่จ๊อบ : “กูจะผูกคอตายจริงๆ ไม่ได้ขู่” และในที่สุดแกก็หันใบหน้าเปียกโชก-ดวงตาแดงกล่ำเป็นสีลูกตำลึงสุกพร้อมกับโน้มเข้ามาใกล้ๆ “กูจะผูกคอตาย….กูจะผูกคอตาย”

Timmy : “อือ!….”

พี่จ๊อบ : “กูไม่ได้ขู่…กูจะผูกคอตายจริงๆ”

Timmy : ทันทีที่เห็นบางอย่างฉายออกมาจากดวงตาจนสรุปได้ว่า…ที่พี่จ๊อบพูดมาทั้งหมดแกไม่ได้ขู่ ผมจึงถามกลับด้วยน้ำเสียงระดับกลางๆ ว่า…“มีเชื่อกแล้วเหรอ” จนทำให้ชายที่เปรียบเสมือนพี่ชายถึงกับช็อก! ไปชั่วขณะ จนผมต้องถามย้ำให้ได้ยินชัดๆ อีกรอบ “มีเชือกแล้วเหรอ….จะให้ซื้อส่งไปให้ไหม? จะเอาเชือกอะไร ไนล่อน เชือกล่ามควายหรือว่าสายป่านดี” พี่จ๊อบยังช็อก! ผมได้โอกาสจึงรุกต่อ “เลือกมาสักอย่างจะได้ซื้อส่ง EMS ไปให้…ส่งพรุ่งนี้เช้าคิดว่าเย็นๆ น่าจะถึง”

พี่จ๊อบ : “….” พี่จ๊อบนิ่งแต่ก็ยังร้องไห้ ฝ่ามือดำๆ สลับหลังมือเทียวปาดน้ำตาทิ้งซ้ายที-ขวาที “กูอยากตาย กูจะผูกคอตาย”

Timmy : “รู้แล้ว….เอาแบบนี้ เดี๋ยวเชือกจะเลือกไปให้เองแล้วกัน แต่พี่จ๊อบรู้ใช่ไหมว่าเวลาผูกคอต้องใช้เสื้อยืดนุ่มๆ รองลำคอก่อน” พูดจบผมก็รอปฏิกิริยาตอบกลับ….กระทั้งเสียงสวรรค์ดังขึ้น

พี่จ๊อบ : “ไม่ต้องใช้เสื้อยืดรองก็ตายได้”

Timmy : “ ใช่!แต่กว่าจะตาย คิด-คิด-คิด เชือกไม่บาดคอหอยจนขาดก่อนรึไง?…เจ็บนะ ไม่เจ็บธรรมดา แต่โคตรๆๆๆๆ เจ็บ….กว่าจะตายสมใจ-ถูกเชือกบาดคอจนขาด….ไหวเหรอ คิดให้ดี” ผมพูดแบบใส่ใจกระทั้งเห็นพี่จ๊อบผงกหัวนิดๆ “แล้วที่คิดจะผูกคอตายนะรู้แล้วรึไงว่าต้องผูกด้วยเงื้อนอะไร? ผูกไม่ดี-ผูกไม่ถูกหล่นกระแทกพื้นขาหัก-แขนหัก ชาวบ้านชาวช่องจะไม่สมน้ำหน้าเหรอ เผลอๆ โดนกระทืบซ้ำอีก…โอ้ย!…เป็นผมไม่เล่นด้วยแน่นอน” ผมร่ายยาวจนสังเกตุเห็นอารมณ์พี่จ๊อบค่อยๆ คลายตัว “ผมว่าพี่จ๊อบไปหาเก้าอี้หรือไม่ก็บันไดลิงเตรียมไว้ก่อนเลย…พรุ่งนี้เย็นเชือกไปถึงจะได้ครบ อ้อ….เกือบลืม พระที่วัดบ้านดอนบอกว่า ถ้าเลือกขื่อไม้พยุงจะดีกว่าต้นลั่นทมนะ เพราะหลังจากตายสมใจแล้ว ไม้พยุงจะช่วยพยุงขึ้นสวรรค์ แต่ถ้าเลือกต้นลั่นทมรับรองทุกข์ระทมเป็นร้อยเป็นพันปีแน่นอน…”

พี่จ๊อบ : “กู….”

Timmy : “ตายนะ คนทุกคนต้องตายอยู่แล้ว จะตายช้าตายเร็วก็ต้องตาย เพราะฉะนั้นถ้าคิดว่าตัวเองพร้อมตายก็รีบจัดด่วนๆ อย่าให้รอนานเสียเวลาทำมาหากิน…” ผมทิ้งจังหวะหายใจ “ทุกวันนี้ยิ่งหาเงิน-หางานยากลำบากกันทั่วหน้า ทนไม่ไหวก็ตายไปก่อน เป็นผีอย่าลืมแวะมาบอกหวยด้วยละ จะได้มีเงินมีทองทำบุญสุนทานไปให้…เออๆ เกือบลืม ชอบกินอะไรพิเศษหรือเปล่าสั่งออเดอร์ล่วงหน้าไว้เลยขี้เกียจคิดแทน หลังวันเก็บกระดูกจะได้กรวดน้ำส่งตามไปให้”

พี่จ๊อบ : “มึงก็พูดไปทั่ว….” ในที่สุดประโยคที่เฝ้ารอก็หลุดให้ได้ยิน

Timmy : “ตกลงเอาเชือกล่ามควายก็แล้วกันเมตรละ 15 บาทถูกดีเดียวจะสอนวิธีผูกเงื้อนส่งไปให้ด้วย แต่ต้องกะความยาวให้ดีๆ นะ ถ้าเผื่อไว้ยาวเกินไป เวลาทิ้งตัวเกิดขาเหยียบพื้นแบบหวุดหวิดตายแหล่ไม่ตายแหล่ทรมานซ้ำชาวบ้านอาจจะได้ยิน ไม่ตายสมใจขายขี้หน้าเปล่าๆ”….ผมสังเกตุเห็นพี่จ๊อบยิ้มเกือบจะเป็นหัวเราะ “หมาจรจัดมีลูกเป็นคอกๆ มันยังไม่ปล่อยให้ลูกมันอดตาย คิดจะผูกคอตายได้ปรึกษาหมารึ!ยังไม่ทราบครับคุณพี่”

พี่จ๊อบ : “มึงก็พูดไปเรื่อย”

Timmy : “ลืมไปเดี๋ยวจะส่งเสื้อเวอร์ซาเช่ไปให้ด้วย เพราะเนื้อผ้ามันนิ่มมากๆ ใช้รองเส้นเชือกรอบคอสัก 2 รอบน่าจะตายแบบไม่ทรมาน”

พี่จ๊อบ : “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไอ้บ้า….” เมื่อมีเสียงหัวเราะให้ได้ยินจึงรู้ทันทีว่า ผมคือผู้ชนะในเกมส์สุ่มเสี่ยงแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว

สรุป….#ตาย ใครก็ต้องตาย ตาย-วิธีตาย ง่ายกว่าการดำรงชีพหลายเท่า ตายง่ายกว่าการมีชีวิตอยู่ ตายใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ตาย อยากตายเมื่อไร?ก็ตายได้ อยากตายที่ไหนสามารถเลือกสถานที่ได้อีก…. 2 นาที 3 นาที 5 นาทีก็ตายแล้ว….ง่ายมากๆ เมื่อรู้แบบนี้จะรีบตายไปเพื่ออะไร? การมีชีวิตอยู่ถึงจะทรมานอย่างน้อยๆ ก็ยังรับรู้ว่านั้นก็ความทรมาน ลำบากร่างกายก็รับรู้ว่านั้นคือความลำบาก ทุกข์ตัวเองก็ได้ลิ้มรสขมๆ ขื่นๆ อยู่กับความทรมาน-ความลำบาก-ความทุกข์ระทม-ขมขื่นและขื่นขมให้สมใจ อิ่มเมื่อไร? ธรรมชาติไม่ปล่อยให้รกโลกแน่นอน#

ไม่มีเสียงตอบกลับจากใบหน้าที่กำลังหัวเราะรัวๆ….เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปจนไม่เหลือคำพูดที่เรา 2 คนจะพูดต่อ น้ำเสียงนิ่งๆ แบบคนมีสติก็ดังให้ได้ยิน

“ถ้าอยากตายเมื่อไร? กูจะโทรมาหา…..อ่า!!!!!!!!! (เล่นหาว!ใส่กล้องจนผมอดอิจฉาไม่ได้) กูง่วงละไปนอนก่อนนะเมียรออยู่ในมุ้ง”

“อย่าลืมกินยาหม้อด้วยละจะได้หายบ้า….ไปๆ จะเข้านอนเหมือนกัน เหนื่อยมากๆ อยากตายเมื่อไร? ค่อยแวะมา….ราตรีสวัสดิ์ครับพี่ชาย”

ในห่วงที่สติหลุด Timmy อยากให้ทุกคนนึกถึงเวลาเล่นว่าวหรือการชักว่าว (อย่าคิดลามก) จะเป็นว่าวจุฬาหรือว่าวปักเป้าได้ทั้งนั้น เมื่อเชือกตึงให้รู้จักผ่อน เมื่อว่าวโฉบทิ่มหัวลงพื้นให้ผ่อนสั้นๆ สลับดึงเร็วๆ ทันทีที่ว่าวเชิดหัวให้วิ่งรับลมอย่าได้ผ่อนเป็นอันขาดและเมื่อว่าวลอยลมบนได้เมื่อไร? เสียงสนูที่แสนจะไฟเราะเพราะพริ้งก็จะขับขานให้เพลิดเพลินระเริงใจจนไม่อยากให้ความตายมาพรากไปจากโลกาเลยทีเดียว…เชื่อ Timmy เถอะพรุ่งนี้ยังมีสิ่งท้าทายใหม่ๆ ให้ตื่นเต้น ตายวันนี้-ทุกอย่างจบ ไม่มีชาติหน้าให้หวนกลับมานั่งรถไฟฟ้าโมโดเรลนะครับพี่น้อง…..

Spread the love