นิทานขี้เมา

นิทานขี้เมา ขับร้องโดย สมัย อ่อนวงศ์

นิทานขี้เมา

เกี่ยวกับนักร้อง

สมัย อ่อนวงศ์ (11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476 - 12 เมษายน พ.ศ. 2539) นักร้อง นักดนตรี ผู้บุกเบิกการนำแคน มาใช้เป็นเครื่องดนตรีเพลงลูกทุ่ง จนได้รับฉายา ขุนพลแคนแดนสยาม

loading...

สมัย อ่อนวงศ์ เกิดที่บ้านทับคาง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เป็นบุตรของนายจุม และนางทอง อ่อนวงศ์ บิดามารดาเสียชีวิตตั้งแต่เด็ก โดยตายายเป็นผู้เลี้ยงดู เริ่มเข้าสู่วงการจากความชอบดนตรีไทยและเพลงพื้นบ้านหมอลำ และสมัครเป็นลูกศิษย์หัดร้องกลอนรำ จากอาจารย์เสี้ยว เสือแป้น หมอลำชื่อดัง

ในปี พ.ศ. 2500 ได้เข้าร่วมประกวดดนตรีไทยเดิม และได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทแคน จึงคิดริเริ่มตั้งวงดนตรีแคนประยุกต์แบบมาตรฐาน ชื่อวงดนตรี “สมัยศิลปิน” และคิดค้นวิธีการประยุกต์แคนไทยให้เป็นแคนไฟฟ้า ได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2508

เพลงสร้างชื่อ

สมัย อ่อนวงศ์ มีผลงานบันทึกแผ่นเสียงครั้งแรก เพลง “แคนสวาท” ประพันธ์โดยสมัย อ่อนวงศ์ ต่อมาได้ร่วมกันก่อตั้งวงดนตรี "สมัย อ่อนวงศ์" ร่วมกับครูกานท์ การุณวงศ์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ได้บันทึกแผ่นเสียงเพลงของครูเพลงชื่อดังมากกว่า 100 เพลง เช่นเพลงของไพบูลย์ บุตรขัน, กานท์ การุณวงศ์, ประเทือง บุญญประพันธ์, ณรงค์ โกษาผล, ช. คำชะอี, มงคล อมาตยกุล นักร้องในวงที่มีชื่อเสียง เช่น ดำ แดนสุพรรณ พรชัย สร้อยเพชร ผลงานเพลงที่มีชื่อเสียง เช่น "บ่เป็นหยังดอก" และ "ปืนบ่มีลูก" (แต่งโดย กานท์ การุณวงศ์) "เสียงพิณเสียงแคน" (แต่งโดย ณรงค์ โกษาผล) "แม่ศรีไพร" (แต่งโดย ไพบูลย์ บุตรขัน) "สาวหวึ่ง" (แต่งโดย สวาท ศรีอุดร)

สมัย อ่อนวงศ์ ถึงแก่กรรม เมื่อวันศุกร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2539 ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี อายุ 63 ปี 2 เดือน

ดำ แดนสุพรรณ มีผลงานที่มีชื่อเสียงในช่วงที่เป็นลูกวงสมัย อ่อนวงศ์ เช่น เพลงรักกับพี่ดีแน่ ถึงดำ จากพี่ไปแล้วเมื่อไรหวนกลับ เมารัก และพรชัย สร้อยเพชร ที่ดังสมัยเป็นลูกวง สมัย อ่อนวงศ์ คือเพลงแสบหัวใจ

ประวัติโดย คันทรี่แมน

สมัย อ่อนวงค์ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติด้วยการเป็นนักร้อง และบรรเลงเพลงแคน จนได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เดินทางไปแสดงการเล่นแคนในต่างประเทศหลายแห่ง ถือว่าเป็นชาวไทยทรงดำที่สร้างชื่อเสียงให้กับ อ.เขาย้อย และ จ.เพชรบุรี เขาเป็นคนแรกที่คิดริเริ่มตัดแคนเป็นคีย์ต่างๆ ให้เข้ากับเสียงดนตรีสากล ทำให้ดนตรีอีสานมีการพัฒนาจนกระทั่งปัจจุบันนี้

สมัย อ่อนวงศ์ เกิดที่บ้านเลขที่ 23/1 หมู่ที่ 4 ตำบลทับคาง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2474 เป็นบุตรคนที่ 3 ของนายจุม นางทอง อ่อนวงศ์ มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน พ่อแม่ของสมัยเสียชีวิตตั้งแต่สมัยยังเด็กอยู่ ตาและคุณยาย เป็นผู้ส่งเสียเลี้ยงดูสืบมา

ในส่วนของการศึกษา ชั้นประถมศึกษา เขาเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดทับคาง ส่วนชั้นมัธยมศึกษา จบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากโรงเรียนเขาย้อยวิทยา เนื่องจากทางฐานะทางบ้านยากจน จึงต้องออกจากโรงเรียนมาช่วยทางบ้านทำนา เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ได้อุปสมบท ณ วัดเทพประชุมนิมิต (วัดทับคาง) ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย ท่องบทสวดมนต์ภาวนาและเทศน์สอนประชาชนจนกระทั่งลาสิกขา

นายสะอาด อ่อนวงศ์ บุตรชายคนโตของครูสมัย เล่าชีวิตของสมัย อ่อนวงศ์ว่า สมัย อ่อนวงศ์ มีนิสัยชอบดนตรีไทยและเพลงพื้นบ้านประเภทหมอลำอย่างยิ่ง ยามว่างจึงไปหัดเล่นดนตรีไทยประเภท จะเข้ ขลุ่ย แคน

เริ่มแรกสมัย อ่อนวงศ์เป็นคนเป่าแคนให้วงหมอลำ แต่เป็นหมอแคนได้เงินน้อยสู้ หมอลำไม่ได้ จึงได้ไปหัดเล่นหมอลำ จนมีความสามารถร้องกลอนรำ หรือที่เรียกว่า “หมอลำกลอน” จากอาจารย์เสี้ยว เสือแป้น ซึ่งเป็นหมอลำชื่อดังของเมืองไทย จนชำนาญสามารถออกงานแสดงได้

สมัยศิลปิน

พ.ศ. 2500 โรงเรียนอิสระนุกูล บางรัก กรุงเทพฯ โดยอาจารย์จุลินทร์ ล่ำซำ ได้จัดให้มีการประกวดดนตรีไทยเดิมหลายประเภท เช่น ซอ ขลุ่ย จะเข้ แคน เพื่อเป็นการโชว์ผลงานให้ชาวสิงคโปร์ มลายู จำนวนหลายร้อยคน ได้ชม ปรากฏว่า สมัย อ่อนวงศ์ ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทแคน ทำให้มีกำลังใจพัฒนาดนตรีประเภทแคนไทยให้ได้รับความนิยมมากขึ้น และได้พัฒนาวงดนตรีแคนประยุกต์แบบมาตรฐานขึ้นมาอีก โดยตั้งชื่อวงดนตรีว่า “สมัยศิลปิน”

พ.ศ.2503 เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จนิวัติประเทศไทย คราวเมื่อเสด็จประพาสยุโรป ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองพระเกียติยศครั้งยิ่งใหญ่ในกรุงเทพฯ สมัย อ่อนวงศ์ ได้ถือเอาฤกษ์เอาชัย เปิดวงดนตรีสมัยศิลปินและเปิดทำการแสดงที่วงเวียนใหญ่ 3 คืน โดยมีผู้คนให้ความสนใจเข้าชมอย่างล้นหลาม

พ.ศ.2508 สมัย อ่อนวงศ์ ได้พยายามคิดค้นวิธีการประยุกต์แคนไทยให้เป็นแคนไฟฟ้าตลอดมา เพื่อให้สามารถอวดสายตาชาวโลกได้ จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จและสามารถรวบรวมเป็นวงดนตรีแคนประยุกต์ไฟฟ้า ได้เปิดทำการแสดงครั้งแรกที่สถานีวิทยุ ป.ช.ส. 7 ใต้สะพานพุทธยอดฟ้าฝั่งธนบุรี และได้รับความนิยมมากมายจากประชาชน

พศ.2509 ได้บันทึกแผ่นเสียงครั้งแรก ชื่อเพลง “แคนสวาท” ผลงานของอาจารย์ไพบูลย์ บุตรขัน ณ ห้องบันทึกแผ่นเสียงศรีกรุง และ อีกหลายสิบเพลงต่อมา

พ.ศ.2513 มร.โคโขมิยา โขโน ประธานยุวเยาวชน(เจธี) แห่งประเทศญี่ปุ่น ได้เชิญ สมัย อ่อนวงศ์ ในฐานะแชมป์แคนแห่งประเทศไทยให้ไปโชว์ ณ เมืองโอซากา และโตเกียว ทางสถานีโทรทัศน์ไมนิจิ และเอ็นเอสเค เป็นเวลาถึง 30 วัน ซึ่งสมัย อ่อนวงศ์ ได้แสดงโชว์ที่สถานีโทรทัศน์ทั้ง 2 แห่ง 4 ครั้ง ได้รับความนิยมมากมายจากชาวญี่ปุ่น จนได้รับรางวัลเป็นหมวก “ ยอดขุนพล” ซึ่งจะมอบให้แก่บุคคลผู้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น เมื่อกลับมาเมืองไทย จึงได้รับสมญานามว่า “ยอดขุนพลแคนแดนสยาม”

ในปีเดียวกันได้รับเชิญจากท้าวอุ่น ชนะนิกร นายกรัฐมนตรีของประเทศลาว และอธิบดีกรมตำรวจ สุวรรณ พรหมภักดี ของประเทศลาวให้ สมัย อ่อนวงศ์ นำวงดนตรีไปแสดงเพื่อหาเงินช่วยผู้ประสบภัยสงคราม และช่วยเหลือการกุศลหลายครั้ง

พ.ศ.2513 เดินทางไปกล่อมขวัญทหารไทย ในสาธารณรัฐเวียดนามและประเทศลาว ได้รับเหรียญเสรีชน จาก พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ หลายครั้ง

พ.ศ. 2514 ได้รับเชิญ จากนายเกรียงศักดิ์ ศรีสนั่น ตัวแทนนักเรียนไทยในประเทศเยอรมันให้ไปโชว์ “แคนไทย” ใน 6 ประเทศ ในทวีปยุโรป คือ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี เบลเยี่ยม สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ เป็นเวลา 30 วัน ได้รับความนิยมอย่างมาก และได้เขียนคอลัมภ์ “ท่องยุโรปกับแคนไทย” ลงในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ให้คนไทยทั้งในประเทศได้อ่านอยู่หลายสิบวัน

พ.ศ.2513-2525 สมัย อ่อนวงศ์ ร่วมมือกับครูกานต์ การุณวงศ์ พัฒนาวงดนตรีสมัย อ่อนวงค์ ให้ทันสมัยมากขึ้น รับนักร้องร่วมวงดนตรีมากมายร่วมร้อยคน ที่ได้รับชื่อเสียงก็มี ดำ แดนสุพรรณ (เสียชีวิตแล้ว) พรชัย สร้อยเพชร (เสียชีวิตแล้ว)

ช่วงดังเปรี้ยงปร้างคือ ช่วงที่นักร้องในวงชื่อพรชัย สร้อยเพชร (คนร้องเพลง แสบหัวใจ) ออกจากวง สมัย อ่อนวงศ์ จึงได้มาร้องเพลง บ่เป็นหยังดอก ซึ่งแต่งโดยครูกานต์ การุญวงศ์ จนโด่งดัง โดยผลงานด้านเพลง สมัย อ่อนวงศ์ ได้บันทึกแผ่นเสียง บทเพลงของครูไพบูลย์ บุตรขัน , ครูกาน การุณวงศ์ , ครูประเทือง บุญญประพันธ์, ครูณรงค์ โกษาผล ,ครู ช. คำชะอี , ครูมงคล อมาตยกุล มากมายกว่า 100 เพลง ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ เพลง “ บ่เป็นหยังดอก” , “ปืนบ่มีลูก” ของครูกานต์ การุณวงศ์ “ เสียงพิณเสียงแคน” ของครุ ณรงค์ โกษาผล “แม่ศรีไพร” ของครูไพบูลย์ บุตรขัน “สาวหวึ่ง” ของครูสวาท ศรีอุดร เป็นต้น

พ.ศ. 2526 ได้รับเชิญจากหนังสือพิมพ์เสรีชน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจอลิส สหรัฐอเมริกา จัดวงดนตรีคณะหมอลำแคนประยุกต์ สมัย อ่อนวงค์ ไปแสดงโชว์ใน 36 รัฐ 42 เมือง เป็นเวลา 3 เดือน ได้รับความนิยมจากคนไทยและคนลาวที่อยู่ในสหรัฐมาก และต่อมาก็ได้เดินทางไปแสดงในสหรัฐอเมริกาอีกหลายครั้ง

พ.ศ. 2527 ได้รับเชิญจากคุณสรศักดิ์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ ไทยออส ประเทศออสเตรเลีย ให้ไปโชว์แคนไทยในเมืองชิดนีย์ เมืองแคนเบอร์รา เมืองวูลองกอง เมืองเมลเบอร์ หาเงินช่วยวัดไทยในออสเตรเลีย และสมาคมไทย-ลาว ในออสเตรเลีย อีกจำนวนมาก

ในด้านชีวิตครอบครัว ได้สมรสกับคุณรวม อ่อนวงศ์ มีบุตรและธิดาด้วยกัน 5 คน สมัย อ่อนวงศ์ ถึงแก่กรรม เมื่อวันศุกร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2539 เวลา 22.30 น. ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี รวมสิริอายุ 65 ปี 1 เดือน 14 วัน

ปัจจุบันสมัย อ่อนวงศ์ ได้รับการยกย่องจากสำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ให้เป็น “ศิลปินเมืองเพชร” สาขาดนตรีและการแสดง

ที่มา หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ ปีที่ 27 ฉบับที่ 641 วันจันทร์ที่ 16 เมษายน 2550 หน้า 16

อนุสาวรีย์ สมัย อ่อนวงศ์

ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำ ต.ทับคาง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ร่วมกับเทศบาลตำบลเขาย้อย ประชาชนชาวตำบลทับคาง และชาวจังหวัดเพชรบุรีจะจัดงาน หงำฮอดสมัย อ่อนวงศ์และประเพณีไทยทรงดำ เพื่อรำลึกถึง สมัย อ่อนวงศ์ โดยกิจกรรมในงานนี้ประกอบด้วยการแสดงแคนวง ฟ้อนรำแบบไทยทรงดำ การละเล่นพื้นบ้าน และการประกวดธิดาไทยทรงดำ การทำอาหารแบบดั้งเดิมของชาวไทยทรงดำ มีการแต่งกายด้วยชุดตามประเพณีที่หาดูได้ยาก และอื่นๆ

ซึ่งในงานเมื่อปี 2550 ก็มีพิธีเปิดอนุสาวรีย์ สมัย อ่อนวงศ์ ขุนแคนแดนสยาม เพื่อเป็นเกียรติกับขุนแคนคนดังผู้ล่วงลับโดยอนุสาวรีย์ดังกล่าวเป็นรูปเหมือนเท่าตัวจริง หล่อด้วยโลหะทองเหลือง ผสมทองแดง ความสูง 170 เซนติเมตร จัดตั้งในลักษณะท่ายืนก้าวเท้าขวาเล็กน้อย หันหน้าไปทางทิศเหนือ สวมชุดผ้าลายแตงโม ซึ่งเป็นผ้าทอมือพื้นบ้านชาวไทยทรงดำ มือซ้ายถือแคน แนบอก มือขวาถือโล่รางวัลแผ่นเสียงทองคำ อนุสาวรีย์ตั้งอยู่พื้นฐานทำด้วยหินแกรนิต ยกสูง ประมาณ 2 เมตร จารึกประวัติ และผลงานสดุดี ที่ 4 มุมฐาน ประดับไฟช่อ บริเวณรอบฐาน ด้านล่างปรับภูมิทัศน์สวยงาม

นางอรอนงค์ ศิริชัย นายกเทศมนตรีตำบลเขาย้อย เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลเขาย้อย ร่วมกับครอบครัวและญาติมิตรของนายสมัย อ่อนวงศ์ และ ชาวบ้านตำบลทับคาง อ.เขาย้อย กำหนดจัดงาน หงำฮอด – สมัย อ่อนวงศ์ (รำลึกถึงสมัย อ่อนวงศ์) เป็นครั้งแรก ณ ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำ เพื่อรำลึกถึง “ขุนพลแคนแดนสยาม สมัย อ่อนวงศ์ และจัดงานอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นอำเภอเขาย้อย และเป็นวันรวมชนเชื้อสายไทยทรงดำทั่วประเทศ ซึ่งจัดมาเป็นประจำทุกปี

นางอรอนงค์ กล่าวต่อไปว่า นายสมัย อ่อนวงศ์ เป็นชาวไทยทรงดำ ตำบลทับคาง อำเภอเขาย้อย ที่มีความเชี่ยวชาญด้านดนตรีเพลงแคนพื้นบ้าน เป็นนักร้องลูกทุ่งประกอบการเป่าแคน จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศและยังเคยได้รับเชิญให้ไปโชว์เพลงแคนในหลายประเทศทั่วโลก สร้างชื่อเสียงให้กับชาวอำเภอเขาย้อยเป็นอย่างมาก เพื่อเป็นการสดุดี และเชิดชูเกียรตินายสมัยซึ่งล่วงลับไปหลายปีแล้ว เทศบาลเขาย้อยได้ร่วมกับครอบครับ-ญาติมิตรของนายสมัย และประชาชนชาวอำเภอเขาย้อยได้จัดสร้าง “อนุสาวรีย์ สมัย อ่อนวงศ์” ขึ้นที่บริเวณด้านหน้าศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำเขาย้อย โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากเทศบาลตำบลเขาย้อย เป็นเงิน 250,000 บาท และครอบครัวสมัย อ่อนวงศ์ และประชาชนร่วมบริจาค อีกจำนวนหนึ่งรวมมูลค่าการก่อสร้างประมาณกว่า 600,000 บาท

นิทานขี้เมา ข้อมูลนักร้อง ที่ร้องเพลง นิทานขี้เมา จาก คันทรี่แมน BLOG OK NATION, วิกิพีเดีย

นิทานขี้เมา