ดาว บ้านดอน

ดาวศิลปินมรดกอีสาน ดาว บ้านดอน

ดาวศิลปินมรดกอีสาน

ดาว บ้านดอน ชื่อจริงว่า เทียม เศิกศิริ เป็นชาวอำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร เป็นลูกหลานชาวนา มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน ลำบากมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เรียนหนังสือจบแค่ ป.4 ไม่มีโอกาสเรียนต่อทั้งๆที่เป็นคนเรียนเก่งความจำดี จึงได้มาบวชเป็นสามเณรอาศัยร่มผ้ากาสาวพัสตร์ หัดเทศน์ทำนองและแหล่จนชำนาญ เป็นสามเณรเสียงทองที่มีปฏิภาณเป็นเลิศกลายเป็นสามเณรนักเทศน์แหล่อันดับ หนึ่งของแผ่นดินที่ราบสูงในสมัยนั้น

ลิงค์ผู้สนับสนุน

loading...

เทพบุตร สติรอดชมภู เห็นแววของสามเณรน้อย จึงชักชวนสามเณรว่าหากว่าลาสึกขามาเมื่อใดจะให้ออกมาแสดงหมอลำ ในที่สุดสามเณรน้อยก็ลาสึกขาออกมาแสดงหมอลำและร้องเพลงลูกทุ่งในเวลาต่อมา ด้วยความเป็นคนที่มีความจำและสมองดี รู้จักคิดประดิษฐ์ประดอยถ้อยคำใหม่มาตั้งแต่สมัยเป็นนักเทศน์ ดาว บ้านดอน จึงสามารถเขียนกลอนลำและเขียนเพลงร้องได้เอง

เกียรติยศ

รางวัลเสาอากาศทองคำพระราชทานปี พ.ศ. 2519 จากเพลง "คนขี่หลังควาย"

รางวัลกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทยครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2534 จากเพลง "คนขี่หลังควาย"

ผลงานเพลงดัง

คนขี่หลังควาย หนุ่มลำน้ำชี หนุ่มยโสธร อย่าติงคิง วาสนาเซียงน้อย ตุ้ยนุ้ย แคนสะกิดสาว บ้องจ๋าบ้อง เสียงครวญจากชายแดน

ผลงานเพลงที่แต่งให้กับนักร้องอื่นที่มีชื่อเสียง

รักสลายดอกฝ้ายบาน (จินตหรา พูนลาภ) รักพังวังสามหมอ (จินตหรา พูนลาภ) ข้อมูลมากไม่อยากรัก (แสงอรุณ บุญยู้) รักพ่ายที่แก่งสะพือ (ดอกอ้อ ทุ่งทอง) เหงาใจในต่างแดน (จินตหรา พูนลาภ) วอนนางนอน (จินตหรา พูนลาภ) น้ำตาหล่นบนที่นอน (ฮันนี่ ศรีอีสาน) กุหลาบแดง (สมจิตร บ่อทอง) ผิดหวังยังกินข้าวแซ่บ (รัชดา ผลาผล)

ดายหญ้าเป็นหรือเปล่า?

หลังจากทำไร่ปอจนเก็บเงินได้ 8,000 บาท ดาว บ้านดอน กับเพื่อนอีกคน ก็เข้าห้องอัด โดย ดาว บ้านดอน อัดเพลง หนุ่มยโสธร ที่เขาแต่งเอง แต่เป็นการเลียนแบบเพลงบุพเพสันนิวาส ของครูไพบูลย์ บุตรขัน ที่แต่งให้ ศรคีรี ศรีประจวบ งานนี้อดีตสามเณร หันมาใช้ชื่อ ดาว บ้านดอน ที่ตั้งขึ้นเอง โดยมีที่มาจากฉายา เณรบ้านดอน สมัยยังบวชเป็นเณรอยู่ งานนี้ทั้งสองคนตกลงออกค่าใช้จ่ายคนละครึ่งคือ คนละ 3,000 บาท

ที่เมืองกรุง ทั้งสองไปบันทึกเสียงกันที่ห้างแผ่นเสียงกมลสุโกศล โดยมีวงดนตรีเพชรสำราญเล่นดนตรีให้ ซึ่งก็ใช้เครื่องดนตรีแค่ 4 ชิ้นเท่านั้น หลังบันทึกเสียงเสร็จ ก็สั่งตัดแผ่นออกมา 200 แผ่น เพื่อนำไปตระเวนแจกตามสถานีวิทยุ และหนึ่งในนั้น ดาว บ้านดอน ต้องการนำไปให้ นพดล ดวงพร เจ้าของวงดนตรีเพชรพิณทอง อันลือลั่นที่อุบลราชธานี แต่ปรากฏว่าคำแรกที่ นพดล ดวงพร พูดหลังจากให้ฟังแผ่นเสียง และดาว บ้านดอน ย่ื่นความจำนงอยากจะขอเป็นนักร้องหรือนักแต่งเพลงในวงก็คือ "ดายหญ้าเป็นหรือเปล่า?" ทำเอา ดาว บ้านดอน ต้องผิดหวังและรีบกลับบ้านทันที

นักร้องอย่างเต็มภาคภูมิ

ดาว บ้านดอน ได้นำแผ่นเสียงไปให้นักจัดรายการเพลงลูกทุ่ง 2 คน ที่สถานีวิทยุ จ.ส. ร้อยเอ็ด ก่อนที่จะนำส่วนที่เหลือออกเร่ขายในราคาถูกๆ เพื่อหาทุนคืน จากนั้นเขากับเพื่อนก็ไปสมัครเป็นนักร้องอยู่กับวงดนตรีอุรารักษ์ และต่อมาย้ายมาอยู่กับเพชรสำราญ

ในขณะนั้นเพลง "หนุ่มยโสธร" ที่เขานำไปฝากกับนักจัดรายการที่ร้อยเอ็ด ก็เป็นที่ชื่นชอบของนักฟังเพลงทีร้อยเอ็ด จนเพลงติดอันดับ 1 ของร้อยเอ็ดอยู่หลายสัปดาห์ ทำให้ในที่สุด เทพบุตร สติรอดชมพู เจ้าของวงดนตรีและคณะหมอลำชื่อดังของภาคอีสาน ต้องรุดมาเอาตัวดาว บ้านดอน ไปร่วมงานด้วย โดยส่งเขาไปประจำคณะหมอลำเพชรสยาม

ดาว บ้านดอน ในฐานะนักร้องอย่างเต็มภาคภูมิ ออกแสดงครั้งแรกที่สุรินทร์ การเดินสาย ทำให้เพลง หนุ่มยโสธร ของเขาโด่งดังมากขึ้น เขาจึงได้แต่งเพลงเพิ่มอีกหลายเพลง ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างมาก เทพบุตร สติรอดชมพู จึงตั้งวงดนตรีดาว บ้านดอน ให้เขา จากนั้นในปี 2516 ดาว บ้านดอน ก็มาโด่งดังอย่างสุดๆ จากเพลง ลำเพลินเจริญใจ เพลงนี้ทำให้งานเพลงเก่าๆ ของเขา และการแสดงหน้าเวทีได้รับความนิยมตามไปด้วย แต่หัวหน้าวงตัวปลอมเช่นเขาก็ยังคงได้รับเงินเดือนจากหัวหน้าตัวจริงเดือนละ 2,500 บาทเท่าเดิม

จึงไปขอขึ้นค่าตัว และได้รับการปรับขึ้นมาเป็นวันละ 300 บาท ใกล้เคียงกับศักดิ์สยาม เพชรชมภู เบอร์ 1 ของเครือที่ได้วันละ 450 - 500 บาท แต่นักร้องทั้งสองก็ยังรู้สึกว่า รายได้ของพวกเขาไม่เป็นธรรม ดาว บ้านดอน จึงทิ้งวง หนีตามไปอยู่กับศักดิ์สยามที่ทางภาคเหนือ ซึ่งทางเทพบุตร สติรอดชมพู พยายามตามทั้งสองคนกลับมา แต่ได้กลับมาเฉพาะศักดิ์สยามเท่านั้น ส่วนดาว บ้านดอน ไม่ยอมกลับมารับค่าตัววันละ 300 บาทตามเดิม

ข้อมูลนักร้อง จาก เว็บไซต์วิกิพีเดีย

ดาวศิลปินมรดกอีสาน